|
ขอเชิญลงชื่อเป็นเครื่องระลึกฯ. ตลอดจนแนะนำ & ติชมเพื่อปรับปรุง หรือเพื่อเป็นแนวทางให้ข้อคิดความเห็นแก่ผู้แวะมาเยือน
รายนามในสมุดเยี่ยม
เล่มปัจจุบัน - [ 8 ] [ 7 ] [ 6 ] [ 5 ] [ 4 ] [ 3 ] [ 2 ] [ 1 ]
![]()
rec no. 399
ลงนาม : Ruthairat
Email
: honeypor@hotmail.com
ความคิดเห็น :
Its a great website.... Anumothana Sathu
![]()
rec no. 398
ลงนาม : มืด
ความคิดเห็น
:
เรียน เว็บมาสเตร์และญาติธรรมทั้งหลายที่ได้ผ่านมาอ่านสมุดเยี่ยมของข้าพเจ้า ช่วยกรุณาตรวจสอบบทความตามลิงค์ที่ข้าพเจ้าได้ส่งมาด้วย เพราะข้าพเจ้าได้ผ่านเข้าไปอ่าน แล้วบังเกิดความไม่สบายใจอย่างยิ่งที่มีเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเช่นนั้น
http://www.geocities.com/ben007_us/book02/p11.html
Webmaster - เขาย่อมต้องรับวิบากกรรมของเขาเอง ทั้งไม่อาจเรียนรู้สัจจธรรมได้เลย
![]()
rec no. 397
ลงนาม : หิ่งห้อย ร้อยแสง
ความคิดเห็น
:
เป็นเว็บที่มีประโยน์อย่างมากขออนุโมธนากับผู้จัดทำด้วย
![]()
rec no. 396
ลงนาม : นางสาวบุญชนิต ปัญญาใส
Email
: daisy_dew@hotmail.com
ความคิดเห็น :
ขอร่วมอนุโมธนาบุญกับผู้จัดทำเว็บไซต์นี้ ที่เผยแพร่หลักปฏิจจสุปบาท ซึ่งเป็นแก่นแท้ของคำสอนของพระพุทธเจ้า
สาธุ
บุญชนิต
![]()
rec no. 395
ลงนาม : แม่ชีกุ้ง
Email
: khontkao@hotmail.com
Homepage : http://watkaosala.page.tl
ความคิดเห็น
:
เข้ามากล่าวธรรมสวัสดีกับ webmaster อีกครั้ง หลังจากที่ได้เคยอ่านมาตั้งแต่สองปีที่แล้วเมื่อเริ่มปฏิบัติธรรมใหม่ๆ และก็ได้เข้ามาอ่านเวลาที่ติดปัญหาในการปฏิบัติธรรม จนทุกวันนี้ก็ได้ออกบวชเป็นชีแล้ว อานิสงส์ตรงนี้ก็คงจะย้อนกลับมาสู่คุณพนมพร ผู้จุดประกายให้แม่ชีได้อ่านธรรมะ ที่เข้าใจได้ถูกต้อง ตรงนี้ด้วยค่ะ
Webmaster - กราบ อนุโมทนาครับ
![]()
rec no. 394
ลงนาม : รัชดาวัลย์ จันทวงศ์
Email
: lovelove326@live.com
ความคิดเห็น :
จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม การบังเอิญได้เข้ามาในWebนี้ ถือเป็นกุศลบุญยิ่งนัก เพราะระยะหลังไม่ค่อยได้มีเวลาอยู่กับตนเอง อยู่กับธรรมะมากนัก ด้วยเวลาส่วนใหญ่อยู่กับภาระหน้าที่ของครูผู้สอน ที่มีความรู้เรื่องศีลธรรมอย่างกระท่อนกระแท่น ถึงแม้ปัจจุบันนี้จะไม่มีวิชาศีลธรรมให้สอน เหมือนสมัยก่อนที่มีให้เราเรียน แต่ก็จะพยายามบูรณาการวิชาศีลธรรมและวิชาหน้าที่พลเมืองเข้าในทุกวิชาให้ติดเป็นนิสัย และเมื่อได้เจอ web ดี ๆ อย่างนี้ยิ่งมีกำลังใจ ทำให้ความกระท่อนกระแท่นในวิชาศีลธรรมลดลงไปนิดนึงแม้ว่าภาษาใน Web จะยากค่อนข้างมาก ก็จะพยายามทำความเข้าใจ แล้วจะแวะเข้ามาบ่อย ๆ ค่ะ ขออนุโมทนาบุญด้วยนะคะ
![]()
rec no. 393
ลงนาม : ธเนศ ชัยเสนา
Email
: ะ้ฟืำหthanes_c@yahoo.com
ความคิดเห็น :
ขออนุโมทนาในกุศลจิตอันดีงามของทั้งผู้จัดทำและผู้สนใจศึกษาครับ
![]()
rec no. 392
ลงนาม : กรรณิกา สว่างวารีสกุล
ความคิดเห็น
:
ขออนุโมทนาในความตั้งใจทนุบำรุงพระพุทธศาสนาของท่านเป็นอย่างยิ่ง
โดยยังประโยชน์ให้แก่ชนผู้สนใจในธรรมะของพุทธองค์
ให้ได้รับธรรมะที่ยากยิ่งได้โดยง่าย
และขออนุญาตที่จะนำข้อความบางส่วนในเนื้อหาไปเผยแผ่ต่อไปด้วยค่ะ
สาธุ สาธุ สาธุ
Webmaster - ด้วยความยินดีครับ
![]()
rec no. 391
ลงนาม : นัส
ความคิดเห็น
:
การกระทำการใดๆในเรื่องการฝึกจิต หากไม่ประกอบด้วยการฝึกกายและใจให้มีบารมีสิบถึงพร้อมเท่ากับปฏิจจสมุปบาทแล้วจะสำฤทธิ์ผลในทางธรรมได้หรือไม่อย่างไรครับ หรือหมายถึงว่าในขณะที่เราจะได้รับผลก้าวหน้าในการปฏิบัติได้เท่าไร เราก็ต้องสะสมกระทำคุณงามความดีตามไปด้วย ทั้งการเสียสละ ทำบุญ ช่วยเหลือผู้อื่น ดังเหมือนพระพุทธองค์ที่แสดงไว้ถึงสิบชาติโดยถึงพร้อม จนในที่สุดก็สำเร็จมรรคผล คือต้องพร้อมด้วยปฏิบัติ ปริยัติ แล้วจะส่งผล มากน้อยตามปฏิบัติและปริยัตินั้นๆ ซึ่งต้องยังความพอใจและยึดมั่นอยู่ในความสุขที่บังเกิดขึ้นจริงหรือเราเป็นอยู่ในปัจจุบัน หากมุ่งแต่ทางปฎิบัติทางจิตอย่างเดียวแล้วผลที่ได้ก็ไม่สำฤทธิผลเท่าที่ควรใช่หรือไม่อย่างไรครับ ได้รับความกระจ่างอย่างมากครับ ท่านกล่าวถึงโลก ท่านกล่าวถึงแว่นขยาย ท่านกล่าวถึงเหตุและผลของเหตุ ท่านกล่าวถึงแสงอาทิตย์ อุปาทิ สาธุ สาธุ สาธุ แต่สสารจะไม่สูญสลายหายไปจากโลก ส่วนประกอบของนำจะแปรสถาพสลายไปเป็นอากาศ คือมวลของ สองไฮดดรเจน กับ หนึ่งออกซิเจน เพื่อกับมารวมตัวเป็นนำได้อีก และจะเปลี่ยนไปเป็นดินอีกก็ได้คือน้ำแข็ง เมื่อมีความร้อนมาเกี่ยวข้อง สาธุ สาธุ สาธุ
Webmaster - ครับ ย่อมต้องประกอบด้วยมรรคองค์ ๘ ซึ่งก็คือปัญญา ทาน ศีล สติ สมาธิ และปัญญาในระดับสัมมาญาณเป็นที่สุด จึงเกิดสัมมาวิมุตติขึ้น เพียงแต่ในเว็บเป็นการแสดงเน้นทางด้านปัญญาระดับสัมมาญาณเป็นสำคัญครับ ที่ยังต้องประกอบด้วยมรรค ๘ อยู่ในทีนั่นเอง, ส่วนการแปรปรวนที่กล่าว ก็ล้วนขึ้นอยู่และเป็นไปตามการเป็นเหตุปัจจัยกันนั่นเอง คือ ธรรม(สิ่ง)ใดล้วนเกิดแต่เหตุ
![]()
rec no. 390
ลงนาม : ปริญญา เมืองมูล
Email
: prinya49491@hotmail.com
ความคิดเห็น :
เป็นสิ่งวิเศษที่สุด ที่เกิดมาเป็นชาวพุทธแล้วได้มีโอกาสศึกษา ในเวปนี้ ผมจะให้ลูกๆ ครอบครัว เพื่อนๆ มาศึกษากันให้มากๆ ดีใจ ภูมิใจ ในพุทธศาสนามาก ครับ
![]()
rec no. 389
ลงนาม : tharathon
Email
: tharathonuro@hotmail.com
ความคิดเห็น :
เป็นเว็บที่ชอบมากๆ ครับ จะเข้ามาเยี่ยมเป็นประจำ
แต่แปลกจังค้นหาช่องสมัครสมาชิกไม่เจอ ช่วยแนะนำด้วยครับ
Webmaster - เปิดสาธารณะเป็นธรรมทานครับ ไม่ต้องสมัครสมาชิก
![]()
rec no. 388
ลงนาม : เกียรติศักดิ์ อนูสรธนาวัฒน์
ความคิดเห็น
:
ดีมากๆครับ
![]()
rec no. 387
ลงนาม : วิโรจน์ พูลสุข
ความคิดเห็น
:
ขอร่วมอนุโทนาบุญกุศลที่ท่านและคณะได้ทำหน้าที่พุทธบริษัทธที่ดี เพื่อจรรโลงไว้ซึ่งหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ให้ชาวพุทธและชาวโลกเป็นผู้มีปัญญาเห็นธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ได้รู้ซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธคุณแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วเกิดความซาบซึ้งเกิดกตเวทิตาทำนุบำรุงรักษาพระพุทธศาสนาให้สืบทอดต่อไปถึงลูกหลานด้วยจิตอันเปี่ยมด้วยความเมตตาอย่างบริสุทธิ์ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองและมั่นคงของพระพุทธศาสนาสืบต่อไป
![]()
rec no. 386
ลงนาม : sakeson
Email
: sakeson@hotmail.com
ความคิดเห็น :
เป็นเวปที่เป็นประโยชน์มากเลยครับ ขอบพระคุณและขออนุโมทนาด้วยคนครับ
![]()
rec no. 385
ลงนาม : maris
ความคิดเห็น
:
ขออนุโมทนาด้วยคะ กับสิ่งดีดีที่มีประโยชน์ ต่อมวลชน ต่อพุทธศาสนา ขอให้ทุกคนเจริญในธรรมนะคะ
![]()
rec no. 384
ลงนาม : สิริกร เฮงถาวรเสถียร
Email
: ching@nikkinthai.com
ความคิดเห็น :
ขออนุโมทนาบุญแด่ท่านผู้เขียนและเผยแพร่พระธรรมนี้
ไม่ทราบว่ามีเป็นหนังสือ หรือ ซีดีเสียง หรือ อื่นๆแจกเพื่อเป็นธรรมทานหรืออาจทำบุญก็ได้
ขอบพระคุณอย่างยิ่ง
Webmaster - ไม่มีครับ
![]()
rec no. 383
ลงนาม : ส. เชษฐ์พงพิทัก
Email
: arny-mrs7@hotmail.com
ความคิดเห็น :
ขออนุโมทนาบุญ........เพราะชีวิตเจอทุกข์หนักมากๆครบรอบวันเกิด เหมือนชีวิตได้เกิดใหม่จะเดินไปข้างหน้าตามรอยแสงธรรมขององค์สมเด็จ........
![]()
rec no. 382
ลงนาม : วิจิตรา กองแก้ว
Email
: wichittra_026@hotmail.com
ความคิดเห็น :
คนเราจะดีจะชั่วก็อยู่ที่ตัวกระทำ
![]()
rec no. 381
ลงนาม : lek
ความคิดเห็น
:
ไม่ได้เข้ามาเยื่ยมนานแล้วค่ะ มัวแต่วุ่นวายกับกรรมของตัวเองอยู่ ที่ผ่านมา3/4เดีอนนี้ มีแต่เสียสิ่งที่เป็นที่รัก แม่ที่เป็นที่รักและ ลูกน้องคนสนิทต้องจากไป อย่างไม่มีวันกลับ และตัวเองก็ขับรถชน แขนหัก เพิ่งหายถึงมาพิมพ์ได้ อยากรู้จังคนตายแล้วไปไหน ? ????โลกใหม่เหมือนใลกมนุษย์ไหม??????
![]()
rec no. 380
ลงนาม : พระอาทิตย์ สุริโย
Email
: thesun98710@hotmail.com
Homepage : http://www.wateak.com
ความคิดเห็น
:
สาธุๆๆ... อนุโมทามิ
ขอให้เจริญในธรรมกันยิ่งๆขึ้นไปทุกๆท่านทุกๆคนนะครับ
![]()
rec no. 379
ลงนาม : มัทยาทิพย์
Email
: nning55@hotmail.com
ความคิดเห็น :
อยากได้เบอร์โทรติดต่อคุณ สรรพศิลป์ ศรีภัทรา
Webmaster - ไม่มีครับ
![]()
rec no. 378
ลงนาม : Duke
Email
: samaporn@blhua.com
ความคิดเห็น :
ขออนุญาตเรียนปรึกษาค่ะ
อ่านหนังสือธรรมะ มา 7 ปี เริ่มจากมีความทุกข์หนัก วิ่งหาธรรมะดับทุกข์ เริ่มศึกษาจากกฏแห่งกรรม ต่อมาอ่านหนังสือธรรมะของท่านอาจารย์สายวัดป่า และสมเด็จพระสังฆราช และฆราวาสอีกหลายท่าน จนมาพบเวปนี้
นั่งสมาธิไม่เป็นค่ะ เพราะไม่มีเวลามากพอที่จะไปอบรมปฏิบัติ- แต่นั่งสมาธิปฏิบัติเองหรือเปล่าครับ บางท่านไม่ได้อบรมแต่นั่งปฏิบัติเองจนเป็นสมาธิโดยไม่รู้ตัว คือนั่งได้นานๆแต่ไม่ได้พิจารณาธรรมที่ถูกต้อง จึงติดในความสงบที่เกิดขึ้น จากการไม่ฟุ้งซ่านให้เกิดผัสสะให้เกิดทุกข์ ก็ได้เช่นกันครับ
ต่อมามีโอกาสได้อ่านและฟังเกี่ยวกับการดูจิต และเริ่มปฏิบัติ โดยการตามรู้กาย ตามรู้จิต
บางครั้งก็ดูอาการของจิตที่เคลื่อนตัว เห็นชัดตอนอาการจิตโกรธมาก ต่อมาเริ่มเห็นอาการจิตไม่พอใจ ไม่สบายใจ
อาการอื่นๆของจิต ยังเห็นไม่ชัด ดูหนังหรือภาพยนตร์ บางครั้งก็กลับมาดูจิตได้บ้าง
วันนี้เข้ามาอ่านเรื่องจิตส่งใน เกิดความกลัวว่าจะปฏิบัติผิด และตนเองยังไม่มีอาจารย์ที่แนะนำ จึงขอเรียนปรึกษาว่า การปฏิบัติธรรม โดยความเข้าใจของตนเองนั้น เป็นดังต่อไปนี้ ถูกต้องหรือไม่
1. ตามดูกาย ดูจิต ดูเวทนา และดูธรรม (สติปัฏฐาน 4) การตามดูก็คือ ดูตรงๆ ไม่แทรกแซง ถ้าเผลอ ก็ให้รู้ว่าเผลอ เพ่งก็รู้ว่าเพ่ง- ครับ ไม่แทรกแซงเข้าไปปรุงแต่งในเรื่องนั้นๆ เมื่อสติไม่เท่าทันก็ไม่เป็นไร แต่เมื่อรู้สึกตัวก็กลับมาอยู่กับสติที่ระลึกรู้เท่าทันนั้นๆว่าเป็นทุกข์ แล้วปล่อยวางคืออุเบกขา
2. เมื่อตามดูกาย จิต เวทนา ธรรม จะเกิดสติเป็นช่วงสั้นๆ ให้ตามดูโดยไม่แทรกแซงใดๆ เมื่อจิตเห็นสภาวะธรรม จะเกิดสติขึ้น จิตจะจดจำสภาวะธรรมนั้นๆ ได้ แต่เนื่องจากสติเป็นไตรลักษณ์ จิตก็อาจไปคิด ไปโกรธ ไปพอใจ ทุกข์ใจต่อได้ จนจิตมีสติ ความโกรธ พอใจ ทุกข์ใจ ก็จะหายไปเป็นช่วงๆ ตามที่จิตจะระลึกได้และมีสติ- มีสติระลึกรู้แล้ว ยังต้องประกอบด้วยการปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นคืออุเบกขาด้วย ความโกรธ ความพอใจ ทุกข์ใจ จึงจะจางคลายจนหายไป
3. ฝึกสติปัฏฐาน 4 ไปเรื่อยๆ โดยไม่แทรกแซงใดๆ สติจะเกิดบ่อยขึ้นๆๆๆ จนเป็นมหาสติ (การโยนิโสมนสิการถือเป็นเป็นการแทรกแซงหรือไม่ จิตจะโยนิโสมนสิการธรรมะต่างๆ ขึ้นมาเอง หรือไม่ )
- การโยนิโสมนสิการ ไม่ใช่การแทรกแซง เป็นการพิจารณาธรรม เป็นการทำให้เกิดปัญญาที่ให้ผลเป็นการถาวร แต่ก็ต้องระมัดระวังถ้าโยนิโสมนสิการในขณะที่ทุกข์กำลังรุมเร้าเพราะอาจไปเป็นการปรุงแต่งไปโดยไม่รู้ตัว
4. เมื่อเกิดมหาสติ จะเกิดปัญญาขึ้น การเห็นสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นยิ่งเร็ว การสามารถจดจำสภาวะธรรมเบื้องต้นทำให้สติเกิดความว่องไวในที่สุด สติจะเกิดทันทีก่อนมีสังขาร มหาสติจะว่องไวตัดความปรุงแต่งของจิตได้จนหมด การเห็น ขันธ์ 5 แสดงความเป็นไตรลักษณ์ ทำให้จิตเห็นทุกข์ ในกาย จิต เวทนา สังขาร และจิตจะไม่ยึดติดขันธ์ 5 และคืน ขันธ์ 5 กลับคืนสู่ธรรมชาติ- มหาสติ เป็นอาการที่สติทำงานโดยอัติโนมัติ กล่าวคือมีความเชี่ยวชาญชำนาญยิ่ง จนการสั่งสมจนเป็นสังขารที่สามารถกระทำได้เอง เหมือนดั่งเมื่อมีแมลงมาตอมแถวดวงตา มือก็จะยกขึ้นปัดได้เอง เมื่อมียุงมากัดก็ยกมือขึ้นปัด ดังนี้เป็นต้น
5. การปฏิบัติตามมรรค 8 โดยสำคัญคือทางสายกลางนั้น คือปัจจัยสำคัญของ องค์มรรคทุกองค์ ทั้ง 8 องค์ โดยการไม่แทรกแซง ไม่ยึดติด ไม่ผลักใส ใช่หรือไม่ ทุกองค์มรรคต้องประกอบด้วยการตามรู้ด้วยใจเป็นกลาง จนเกิดมรรค 10 และบรรลุนิพพาน- มรรคทั้ง ๘ ต่างเป็นเหตุปัจจัยอุดหนุนแก่กันและกัน ไปเป็นลำดับ จนเกิดมรรคสามัคคี อ่านรายละเอียดในพระไตรลักษณ์
ขอกราบขออภัยที่บังอาจสรุปการปฏิบัติธรรม โดยภูมิธรรมแค่หางอึ่ง
แต่เป็นคำถามที่อยากทราบคำตอบมาตั้งแต่วันแรกที่สนใจศึกษาธรรมค่ะ
ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ และขออนุโมทนาในมหากุศลจิตที่ช่วยให้ธรรมทานแด่ชาวพุทธทุกท่าน
![]()
rec no. 377
ลงนาม : สัตว์โลก
ความคิดเห็น
:
วันนี้ได้ค้นพบอย่างหนึ่งคือ หากจะหยุดเวลาได้ คือต้องทำให้โลกหยุดหมุน เมื่อโลกหยุดหมุน ก็คือโลกดับ สรรพสิ่งก็อยู่ไม่ได้ นั่นคือการจะหยุดเวลาได้ก็คือ ความไม่มีหรือสุญญตานั่นเอง
ขอบคุณทุกสิ่งที่ทำให้มีวันนี้
![]()
rec no. 376
ลงนาม : ตูมตาม
ความคิดเห็น
:
ขออนุโมทนา ขอขอบคุณที่ทำสิ่งเป็นประโยชน์กับตนเอง และผู้อื่น
![]()
rec no. 375
ลงนาม : ชัยวุฒิ หมีโชติ
ความคิดเห็น
:
จริงๆแล้วมันกว้างมาก จนไม่รู้ว่าเราจะเริ่มตรงไหนดี แต่ถ้ามีผู้ชี้จุดให้ก็พอที่จะยังทำได้ง่าย
วันนี้วันที่24เดือน7พศ 2551 เป็นวันที่ผมเข้าใจถึงใจใน คิด กับ คิดปรุงแต่ง
ผมขอฝากข้อความนี้หวังว่าจะมีประโยชน์แด่ท่านผู้ที่ผ่านมาบ้าง
ถ้าท่านโยนิโสมนสิการ ในจุดนี้ มันจะทันใช้ในขณะจิต เพราะว่าเป็นความเข้าใจแล้วไม่ต้องทำอะไร
แต่ถ้าท่านใช้วิธี อื่น ผมลองมาสารพัด ไม่เวิกครับ ถึงจะทันก็ไม่เวิกเพราะว่าท่านต้องคอยระวังตลอด เหนื่อยด้วย
แต่ถ้าเป็นความเข้าใจ ท่านจะนำหน้า อยู่ 1 แต้มตลอด ขอให้ท่านลองโยนิโสมนสิการ ในเนื้อหา คิด และคิดปรุงแต่งในเวบนี้ดูนะครับ
ผมขี้เกียจพิมพ์ซ้ำ
สุดท้ายนี้ ผมขอกราบขอบคุณ ผู้จัดทำเวบ ที่ช่วยชี้หนทางให้ผม ทำให้ผมไม่ต้องไป ทรมานร่างกายหรือนั่งหลับตาในป่าอีกต่อไป
ต้องขอขอบคุณท่านอีกครั้งที่ทุ่มเทจัดทำเวบนี้ด้วยกำลังชีวิต ผมอยากบอกท่านว่า ผมนี่แหละครับเป็นผู้ใช้ประโยชน์จากข้อความในเวบของท่านอย่างคุ้มค่าทุกตัวอักษร
จริงๆแล้วความรู้มันเป็นมากกว่าการพิมพ์ว่า ขอบคุณ นะครับ หวังว่าท่านคงรับรู้ความรู้สึกของผมได้
รักและเคารพทุกท่านบนโลกใบนี้
![]()
rec no. 374
ลงนาม : maneenoi konhinsmile
Email
: kon_hin51@hotmail.com
Homepage : http://www.oknation.net/blog/konhinsmile
ความคิดเห็น
:
ก้อนหิน มากราบขอบพระคุณค่ะ เพราะได้เข้ามาอ่านข้อธรรมะ ในนี้ของท่านที่ช่วยๆกันรวบรวมไว้หรือจัดทำขึ้น
มีประโยชน์อย่างมากมายเลยค่ะ ก้อนหินต้องใช้ข้อมูลอยู่พอดี ค่ะ ซึ่งคุณพี่อาโป ได้นำlink ไปฝากให้ก้อนหินเอง
กราบขอบพระคุณอีกครั้ง
ก้อนหิน
๒๔ กรกฎาคม๒๕๕๑
![]()
rec no. 373
ลงนาม : ชฎาพร
Email
: jang.p@hotmail.com
ความคิดเห็น :
ขอขอบพระคุณที่ทำให้ดิฉันได้รับทราบว่าการทำดีนั้นทำไม่ยากขึ้นอยู่ที่ใจบริสุทธิ์เท่านั้น ดิฉันมาเวฟนี้เพราะต้องหาตอบเพื่อไปเรียนหนังสือซึ่งได้คำตอบได้มากกว่าที่จะคิด ขออนุโมทนาผลบุญที่ดิฉันมีจงบันเกิดแก่คณะผู้จัดทำเวฟนี้ ด้วยเทอญ.........
![]()
rec no. 372
ลงนาม : วรรณภา
Email
: sheta94@hotmail.com
ความคิดเห็น :
เป็น web ที่มีคุณค่าแก่เพื่อนร่วมโลก น่าอนุโมทนาบุญอย่างยิ่ง ค่ะ ขอบุญกุศลที่ผู้เข้าเยี่ยมชมทุกท่านได้รับอานิสงค์ ส่งถึง Webmaster และทีมงานค่ะ
![]()
rec no. 371
ลงนาม : เมษาอาทิตย์
Email
: versus_zz@hotmail.com
ความคิดเห็น :
อยากให้ มีหัวข้อเกี่ยวกับ ผู้เริ่มต้น
เพระโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนฟุ้งซ่าน คิดมากขี้อิจฉา เซื่องซึมเป็นบางครั้ง และไม่อยากเจอผู้คนร่วมด้วย
และ เป็นคนหวั่นไหว ต่อคำพูดและสิ่งรอบข้างได้ง่าย เชื่อง่าย
เปลี่ยนความคิดง่าย ทำให้มีสิ่งใดมากระทบก็เปลี่ยนทันที
เช่น เคยไปอ่านเจอว่า ............ ให้มองว่าโลกนี้ทุกอย่างเป็นทุกข์ ตื่นมา อาบน้ำ ก็เปนทุกข์ที่ต้องชำระล้างร่างกาย และอื่นๆ ...
ทำให้เกิดความทุกข์ สลับไปสลับ มา
และรู้สึกเสมอๆ ว่า วันนี้ไม่ได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ ( เกิดความคิดที่ว่าหมดวันนี้ไปอีกวันแล้ว)
แล้วรู้สึกว่าตนเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ พอเพียง ต่อ การศึกษา
และที่สำคัญ ความรักใน บิดามารดา และการรู้คุณ คน ของเราทำไม จึงมีน้อยเช่นนี้
และไม่ค่อยแน่ ใจเลย ถึง จุดมุ่งหมายของการมีชีวิตอยู่
ตอนนี้ วันๆก็คิดแต่เรื่องกิน และอยากสวย
และ ก็ นั่ง คิดมาก ว่า ทำไม ไม่ทำ อย่างที่ อยากจะทำสักที อยากจะเป็นสักที อายุ ตั้ง 21 แล้ว ไม่ได้ เรื่อง อย่างที่ควรจะเป็น
****************
//////////
อยากให้เป็น กระทู้เช่น ว่า
สิ่งที่ควรรู้คือ ............ คนเราต้องมี ศีล สมาธิ ปัญญา ....... หรืออะไร แบบ นี้
หรือว่า ..... สิ่งที่ควรมีอย่างแรกคือ.... สติ
ซึ่งอ่านไปอ่านมาดิฉันก็ไม่รู้ว่า ........... ต้องเริ่ม จากอะไร กันแน่Webmaster - ครับ กล่าวโดยย่อ ปัญญาขั้นต้นคือ เห็นชอบคือสัมมาทิฏฐิ > ศีล > สมาธิ >สัมมาปัญญา จนเกิดสัมมาวิมุตติ ลองอ่านดูในเรื่องมรรค ๘ ใน อริยสัจจ์ ๔
![]()
rec no. 370
ลงนาม : คนกิเลสหนา
Email
: stsuras@gmail.com
ความคิดเห็น :
- ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากศึกษามานานแล้ว ขออนุโมทนา
![]()
rec no. 369
ลงนาม : ขจร พิมสันเทียะ
Email
: pimsantia@sanook,com
ความคิดเห็น :
ขออนุโมทนาคุณความดีที่ได้ทำในครั้งนี้ด้วยครับ
![]()
rec no. 368
ลงนาม : ธวัชชัย
Email
: watch_ai@hotmail.com
ความคิดเห็น :
ขออนุโมทนา ....... สาธุ .....สาธุ .... สาธุ ในการเผยแผ่ศาสนาพุทธ ให้ชาวพุทธได้รู้ และศึกษา
ธวัชชัย
![]()
rec no. 367/367
ลงนาม : Duke
Email
: samaporn@blhua.com
ความคิดเห็น :
เรียนท่านผู้ดูแลและคณะผู้จัดทำ
ขอบพระคุณในกุศลจิต ที่กรุณาทุ่มเท คัดสรร กลั่นกรองข้อธรรม ธรรมปฏิบัติมากมาย มาให้กัลยาณมิตรได้อ่านและศึกษา
โดยเฉพาะสติ มหาสติ และการปฏิบัติธรรมต่างๆ ที่ตนเองเฝ้าเพียรหา ทั้งจากหนังสือ พระอภิธรรม และพระไตรปิฎก แต่ด้วยภูมิธรรมยังอ่อนด้อย จึงรวบรวมและสะเปะสะปะเป็นอย่างยิ่ง
ขอเรียนถามท่านว่า ได้มีการตีพิมพ์รวมเล่มหรือไม่
หากมีการตีพิมพ์จะสะดวกมากในการศึกษาธรรม และสามารถส่งมอบหนังสือธรรมะล้ำค่านี้ให้แก่ หอสมุดแห่งชาติสาขาต่างๆ สถานศึกษาและมอบให้แก่เพื่อนกัลยาณธรรม
ขอขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ
เจริญยิ่งในธรรมนะคะ
Webmaster - ต้องขอโทษครับ ไม่มีเป็นหนังสือครับ
![]()
rec no. 366
ลงนาม : ลุกหมี
Email
: iammanzaa@hotmail.com
ความคิดเห็น :
ชมเพื่อศึกษา ขอบคุณมากๆที่มีเนื้อหาดีๆในเว็บเพราะต้องอ่านศึกษา ทำสอบ
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
![]()
rec no. 365
ลงนาม : เอก
ความคิดเห็น
:
ตอบคำถามเรื่องสมาธิ เพียงเล็กน้อย
พระพุทธพจน์ที่เรียกว่าพระธรรมวินัยมี 2 ส่วน
พระวินัยมี 21,000 พระธรรมขันธ์
พระธรรมมี 63,000 พระธรรมขันธ์ ส่วนหนึ่งเป็นผลหรือวิบากหรืออัพยากตะ มีถึง 21,000 พระธรรมขันธ์ อีกส่วนหนึ่งเป็นเหตุล้วนๆ ที่เรียกว่า พระอภิธรรม 42,000 พระธรรมขันธ์
ผลกับเหตุหรือเหตุกับผล ใกล้เคียงกัน บางครั้งก็แยกกันไม่ออก เช่น คำว่า สมาธินี้เป็นผลของฌาน (รูปฌาน 5 อรูปฌาน 4) พูดถึงปฐมฌานหรือสมาธิ หรือวิปัสสนานี่ ก่อนที่จะถึงสมาธินี้จะต้องมีปฐมฌานเป็นเหตุเครื่องกั้น สมาธิเป็นผลของปฐมฌาน
การที่จะได้ปฐมฌาน (ยังมีทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน ปัญจมฌาน) เบื้องต้นของการได้ฌานที่เรียกว่า ปฐม หรืออุปสรรคเบื้องต้นของการได้ปฐมฌาน ก็คือ นิวรณ์ (นิวรณ์คือเครื่องขัดขวางเครื่องกั้น ไม่ให้ได้กุศล ไม่ให้ได้ฌาน สมาธิ วิปัสสนา มหาสติปัฏฐาน รูปนาม มรรค ผล อภิญญา สมาบัติ) ต้องกำจัดนิวรณ์ให้ได้ก่อนจึงจะได้ ปฐมฌาน
องค์คุณของปฐมฌานประกอบด้วย วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา
วิตกกำจัดถีนมิทธะ ถีนมิทธะ ไม่ได้แปลว่า ง่วงเหงาหาวนอนอย่างที่เรารู้ แต่พระพุทธองค์ทรงสอนเรื่องของถีนมิทธะนิวรณ์ก็คือ
ถีนมิทธะนิวรณ์ที่เกิดจากความเดือดร้อนเรื่องของญาติพี่น้อง บริวาร บุคคลที่เกี่ยวข้อง
ถีนมิทธะนิวรณ์ที่เกิดจากความเดือดร้อนจากการแสวงหาทรัพย์สินเงินทอง ที่อยู่อาศัย ทำมาหากิน
ถีนมิทธะนิวรณ์ที่เกิดจากความเดือดร้อนที่เกิดจากโรค (แบ่งออกเป็น 2 คือ 1.โรคทางจิต (โรคจิต) คือ ความโลภ กับความโกรธ 2. โรคพยาธิที่เกิดจากทางกาย คือเจ็บไข้ได้ป่วยทางกาย)
ถีนมิทธะนิวรณ์ที่เกิดจากความเดือดร้อนจากการเลื่อมใสในสิ่งที่เข้าใจผิด รู้ผิด
ถีนมิทธะนิวรณ์ที่เกิดจากความเดือดร้อนในความเห็นที่ผิด เรียกว่า ทิฏฐิ กลายเป็นความกังวล เซื่องซึมในความคิดอันเป็นผลจากความฟุ้งซ่าน
อย่างนี้เขาเรียกว่า มีปัญหาของคำว่าถีนมิทธะนิวรณ์
ต่อไปวิจาระ อุปสรรคของวิจาระก่อนที่จะได้ฌาน ก็คือว่า ทำอย่างไร จะต้องรู้เรื่องนิวรณ์ ที่เรียกว่าวิจิกิจฉานิวรณ์ วิจิกิจฉานิวรณ์ไม่ได้แปลว่าสงสัย วิจิกิจฉานิวรณ์เป็นอุปสรรคของการได้ฌานอย่างยิ่งใหญ่ เพราะจะต้องรู้ว่าองค์ประกอบของวิจิกิจฉานิวรณ์มี 8 ประการ คือ
1. วิจิกิจฉานิวรณ์ในเรื่องไม่รู้ความเป็นมาของพระพุทธเจ้าปัญญาธิกะ 20 อสงไขยกำไรแสนกัปป์ พระพุทธเจ้าสัทธาธิกะ 40 อสงไขยกำไรแสนกัปป์ พระพุทธเจ้าวิริยาธิกะ 80 อสงไขยกำไรแสนกัปป์ วิจิกิจฉานิวรณ์จะต้องหาความรู้ความเข้าใจจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต้องรู้วิสัยของพระโพธิสัตว์ตั้งแต่ต้นจนตรัสรู้ ต้องฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า ให้รู้ว่าพระพุทธองค์นั้นเป็นมาอย่างไร
2. วิจิกิจฉานิวรณ์ในเรื่องไม่รู้พระธรรม ต้องรู้พระธรรม 84,000 พระธรรมขันธ์ ต้องรู้ทั้งเหตุและผล ก่อนมีพระพุทธเจ้ามีแต่ผลไม่ทราบเหตุ เมื่อมีพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นแล้วจึงจะรู้ว่า ผลนั้นมาจากเหตุใด
3. วิจิกิจฉานิวรณ์ ไม่รู้จักบุคคลมี 4 ประเภท ไม่รู้ความแตกต่างของบุคคล 4 ประเภท บุคคล 4 ประเภท
ประเภทที่ 1 ฟังธรรมแล้วบรรลุธรรมเป็นอริยบุคคล อริยสงฆ์สาวก
ประเภทที่ 4 ฟังอย่างไรก็ไม่รู้เรื่องแต่คิดว่ารู้เรื่อง อย่างเราท่านทั้งหลาย ไม่รู้เลยว่าบรรลุธรรมกันง่ายๆ ได้อย่างไร เช่น พระอุปติสสะฟัง “ธรรมใดเกิดแต่เหตุ พระตถาคตทรงแสดงเหตุนั้นและความดับของเหตุนั้น” พระอุปติสสะได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน ส่วนเราฟังอย่างไรก็ไม่รู้เรื่อง ฟังอย่างไรก็ไม่บรรลุธรรม เพราะเราเป็นประเภทที่ 4
4. วิจิกิจฉานิวรณ์ ไม่รู้สิกขา 3 ศีลคืออะไร สมาธิคืออะไร ปัญญาคืออะไร บุคคลกลุ่มที่ 4 พอพูดถึงศีลก็นึกถึง ศีล 5 ศีล 10 สมาธิก็นึกถึงจิตตั้งมั่น ปัญญาก็นึกถึงรอบรู้ในกองสังขาร
5. วิจิกิจฉานิวรณ์ ไม่รู้ในอายตนะ ไม่รู้จักขันธ์ว่าคืออะไร ไม่รู้จักว่าธาตุคืออะไร ในส่วนที่เป็นอดีตภพภูมิชาติที่แล้ว ว่ามีจริงหรือไม่มีจริง ถ้ามีจริงก็ไม่รู้ว่า ขันธ์ อายตนะ ธาตุ คืออะไร ไม่รู้ก็จัดว่าเป็น อเหตุกทิฏฐิ
6. วิจิกิจฉานิวรณ์ ไม่รู้เรื่องขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่เราทำในปัจจุบันแล้วจะส่งไปในอนาคตจะส่งผลไปข้างหน้าหรือไม่ ที่เรียกว่า อุจเฉททิฏฐิ
7. วิจิกิจฉานิวรณ์ ไม่รู้ เรื่องขันธ์ อายตนะ ธาตุ ชาติที่ผ่านมาแล้วชาติที่จะไปในอนาคต เชื่อแต่ปัจจุบัน เรียกคนอย่างนี้ว่า อกิริยทิฏฐิ
8. วิจิกิจฉานิวรณ์ ในเรื่อง ไม่รู้เรื่องปฏิจจสมุปบาท อันเป็นเหตุต่อเนื่องมาตั้งแต่อดีต ส่งผลมาปัจจุบัน และส่งผลไปในอนาคต เช่น ความโกรธ ไม่ต้องมีการสอน ติดตัวมาอย่างไร ความโกรธเป็นผล ไม่มีใครรู้ว่ามาจากเหตุอะไร โกรธ น้อยใจ เสียใจ หิวกระหาย การเดิน นั่ง ยืน นอน เคลื่อนไหว ซึ่งเป็นผล มาจากเหตุอะไร เราก็เลยมักง่ายบอกว่าเป็นธรรมชาติ อะไรก็ธรรมชาติ ธรรมชาติก็คือผล เราไม่รู้ต้นสายปลายเหตุว่ามันติดตัวมาอย่างไร เรียกว่า อัตตทิฏฐิ
พยาบาทนิวรณ์ เป็นอุปสรรคของการได้ฌาน คุณสมบัติของการจะได้ก็คือ ต้องรู้จักว่าปีติควบคุมพยาบาทนิวรณ์อย่างไร ไม่รู้ว่าต้นเหตุมาจากไหน เราหงุดหงิดง่าย เสียใจง่ายมาจากไหน มีพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่จะรู้ ไม่ใช่ไปนั่งสมาธิ ทำสติวิปัสสนาแล้วจะหาย ไปแผ่เมตตาแล้วจะแก้ได้อย่างไร เราไม่รู้จักว่าพยาบาทนิวรณ์มาจากไหน องค์ประกอบของพยาบาทนิวรณ์มี 10 ประการ องค์ประกอบของ 10 ประการเราก็ไม่รู้ พยาบาทนิวรณ์เป็นผล เราไปนั่งจะรู้ได้อย่างไร เพราะเราไม่ได้สิกขาธรรม (คนนั่งสมาธิจึงหงุดหงิด จิตตก จิตหล่น ฟุ้งซ่าน คิดหลายเรื่อง คิดไม่หยุด)
สุขที่เป็นองค์ประกอบของฌานจะควบคุมอุทธัจจะกุกกุจจะนิวรณ์ได้อย่างไร
เอกัคคตา กำจัดกามฉันทะนิวรณ์ได้อย่างไร ซึ่งเราจะต้องรู้อีกมากมาย
ถ้ากำจัดนิวรณ์ทั้ง 5 นี้ได้ ถ้าท่านทำได้ก็ได้ปฐมฌานกุศล และจากปฐมฌานกุศลแล้วถึงจะไปทำสมถ 26 ที่เรียกว่า กสิณ 10 อสุภ 10 ฯ หรือวิปัสสนาภูมิ วิปัสสนาธรรมต่อไป ทุกคนต้องเริ่มจากกำจัดนิวรณ์ทั้ง 5 ก่อน
เบื้องต้นของการได้ฌานต้องกำจัดนิวรณ์ทั้ง 5 พระพุทธองค์ไม่เคยตรัสให้ไปนั่งสมาธิ ตรัสให้ไปกำจัดนิวรณ์ทั้ง 5 นี้ให้ได้ก่อน พระพุทธองค์จะสอนเรื่องสมาธิต่อไป สมาธิเป็นผลจากการเก็บนิวรณ์แล้ว เช่นเดียวกันกับวิปัสสนา
เมื่อเก็บนิวรณ์ทั้ง 5 แล้ว สมาธิ สติ วิปัสสนา มหาสติปัฏฐานจึงจะทำได้ หลังจากเก็บนิวรณ์ได้แล้วจึงจะทำสมถสมาธิต่อไป
ที่เราบอกว่านั่งสมาธิ นั่งแล้วได้อะไร ก็ได้ความปวด ความเมื่อย ความคิดฟุ้งซ่านไม่สงบ ก็เพราะว่าทำไม่ถูกต้อง ข้ามขั้นตอนไปทำสมาธิโดยไม่ได้กำจัดนิวรณ์ทั้ง 5 นี้ก่อน ไม่รู้ว่าสมาธิอยู่ตรงไหน ก็ต้องรู้ว่าสมาธิอยู่ที่ไหน เป็นความโชคร้ายของคนที่ไม่ได้ศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้าในวิจิกิจฉานิวรณ์ข้อ 1 และ 2 ไม่รู้ว่าพระพุทธองค์ทรงสอนเรื่องวิจิกิจฉานิวรณ์นี้แก้ได้อย่างไร
คนนั่งสมาธิแล้ว มันไม่ได้พัฒนาถึงไหน เดี๋ยวก็ฟุ้ง เดี๋ยวก็หลงลืมสติ ก็พูดกันอยู่อย่างนี้ นั่งไปนั่งมาเดี๋ยวก็หลงว่าได้ฌานได้เป็นพระอรหันต์ พอออกจากสมาธิก็วุ่นวายเหมือนเดิมหรือมากกว่าเดิม มีโลภะโทสะมากกว่าเดิม มีตัวอย่างให้เห็นทั่วไป ไม่รู้คุณสมบัติของฌาน มัวแต่ไปแปลฌานว่าเพ่ง โดยไม่รู้ว่าฌานของพระพุทธองค์คืออะไร ฌานแปลว่าเพ่งเป็นของโยคี ฤาษี
พระพุทธองค์ต้องมาแก้ไขให้ว่า จะเป็นสมาธิที่ได้ฌาน ต้องกำจัดนิวรณ์ก่อน พอกำจัดนิวรณ์ได้ จึงเรียกว่าติเหตุกบุคคล (ติเหตุกบุคคล คือ บุคคลนั้นมีเหตุ 3 อย่างที่ทำงานภายในจิต ก็คือ อโลภะเหตุ อโทสะเหตุ อโมหะเหตุ โดยไม่มีอกุศลเหตุ คือ โลภะเหตุ โทสะเหตุ โมหะเหตุเลย จึงบรรลุธรรมได้ง่าย) จึงจะทำสมถสมาธิ หรือวิปัสสนากัมมัฏฐาน มหาสติปัฏฐาน รูปนามต่อได้
ส่วนทวิเหตุกบุคคล ไม่สามารถทำให้ได้ฌานสมาธิหรือวิปัสสนาได้ ก็คือ บุคคลที่มีโลภะเหตุทำงานร่วมกับโมหะเหตุ โทสะเหตุทำงานร่วมกับโมหะเหตุ อโลภะเหตุทำงานร่วมกับอโทสะเหตุ
คณาจารย์ทั้งหลายหลงประเด็น เพราะไปแปลฌานคือเพ่ง เลยเพ่งนิมิตกันใหญ่ แล้วก็ไม่รู้จักคำว่านิมิตอีกต่างหาก
แล้วก็ให้ไปศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้า จะทราบความจริงต่อไป หากไม่ฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าก็เป็นกรรมของสัตว์ก็แล้วกัน
![]()
rec no. 364
ลงนาม : teera sudaprasert
Email
: chorpraka@hotmail.com
ความคิดเห็น :
ทั้งมวล มีคุณค่าอย่างมาก และถ้าได้ปฏิบัติตามด้วยจะประเสริฐนักแล ขอเอาใจช่วยสำหรับท่านที่พิจารณาวิปัสนายังไม่ได้ ผมปฏิบัติตามหลวงพ่อชา สุภัทโท แห่งวัดหนองป่าพง อุบลราชธานี แล้ว ได้รู้จักตัวรู้ จึงรู้จักวิปัสสนา
![]()
rec no. 363
ลงนาม : ร่มโพธิ
Email
:
ความคิดเห็น :
ขอบคุณท่านที่ทำเวปนี้มากครับ ได้ประโยชน์มากคร๊าบสำหรับผู้กำลังศึกษา
![]()
rec no. 362
ลงนาม : เกษณี
ความคิดเห็น
:
สาธุ ขอให้มีความสุขความเจริญตลอดไป
![]()
rec no. 361
ลงนาม : บิ๊กค่ะ (หลานคุณย่าสมจิตต์ สระบุรี)
Email
: eyebigsmile@hotmail.com
ความคิดเห็น :
มีข้อสงสัยบางอย่างเกี่ยวกับการติดสุขและสมาธิค่ะ คือตอนนี้อาการตัวชาแข็งไม่ค่อยเป็นแล้วมีเพียงแวบๆที่จิตส่องกาย แต่ที่สงสัยคืออาการติดในความคิดก็ก่อให้เกิดอาการจิตส่งในได้ใช่มั๊ยคะ เวลาคิดอะไรเพลินๆ รู้เลยว่ามันส่งผลออกมาทางกาย วิธีแก้ที่ทำอยู่ตอนนี้ คือ ไม่สนใจหรือทิ้งความคิดนั้นไป หันไปทำอย่างอื่น ทำแบบนี้ถูกต้องมั๊ยคะ ส่วนที่อาจารย์บอกว่าให้พิจารณาข้อธรรม หลังจากที่คุยกับอาจารย์แล้วก็พยายามอยู่ค่ะ จนสนใจอ่านหนังสือธรรมะมากๆ สนุกดีค่ะไม่เคยเบื่อเลย ได้อ่านหนังสือภูเขาแห่งวิถีพุทธธรรมของท่านพุทธทาสด้วย ขณะอ่านรู้สึกว่า จิตและความคิดแยกออกจากกัน มันหมายความว่าอย่างไรคะกับอาการเช่นนี้ อยากจะคุยกับอาจารย์อยู่หลายทีแต่ก็ไม่ลงมือซะที เลยขอคุยผ่านสมุดเยี่ยมก่อนนะคะ
ขอบพระคุณค่ะ
บิ๊ก
webmaster - email ตอบไปแล้วครับ
![]()
rec no. 360
ลงนาม : น.อ.ไพฑูรย์ กิมทอง
Email
: phaitoon92@hotmail.com
ความคิดเห็น :
ได้รับความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้สนใจศึกษาธรรม ขออนุโมทนาบุญในธรรมทานของคณะผู้จัดทำ ท่านที่มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน และท่านเจ้าของข้อมูลทุกท่าน สาธุ สาธุ สาธุ
![]()
rec no. 359
ลงนาม : Vitaya
ความคิดเห็น
:
วันที่ 02 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11041
กาลามสูตรSC ไม่ให้เชื่อตำรา-พระไตรปิฎก
คอลัมน์ สยามประเทศไทย
โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ
ระบบการศึกษาไทยไม่อยากให้คนฉลาด แล้วกลัวคนฉลาดเกินไป เลยไม่บอกเรื่องกาลามสูตร แล้วไม่ยกย่องปรัชญากาลามสูตรมาเป็นปรัญชาการศึกษาไทย
"ครูบาอาจารย์แต่กาลก่อนกลัวคนจะฉลาดเกินไปเพราะอาศัยกาลามสูตร เลยไม่เอามาสอน.
กาลามสูตรก็ไม่ถูกเอามาทำให้แพร่หลายเหมือนสูตรอื่นๆ ทั้งที่เป็นสูตรสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เกิดผลดี"
ข้อความที่ยกมานี้อยู่ในเอกสารสิ่งพิมพ์ชื่อ การขุดเพชรในพระไตรปิฎก ของ พุทธทาส (ธรรมสภาและสถาบันบันลือธรรม เชิญข้อความจากคำปราศรัย ที่กล่าวแก่ชุมนุมผู้มาร่วมบำเพ็ญบุญล้ออายุปีที่ 80 ของท่านพุทธทาส เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2528 มาพิมพ์แจกและจำหน่ายทั่วไป)
กาลามสูตร มี 10 ข้อ ท่านพุทธทาสเทศน์สรุปง่ายๆ ไว้ทั้งหมด
"วิถีเถรวาท" ชอบอ้างอิงตำราหลวงคือพระไตรปิฎก ว่ามีมาแต่ครั้งพุทธกาล แล้วต้องยึดมั่นถือมั่นตามนั้น แต่ท่านพุทธทาสสอนว่า
"ในการสังคายนาครั้งแรก ยังไม่มีพระไตรปิฎก แต่ก็มาพูดกันในบัดนี้ ว่ามีพระไตรปิฎกมาแล้วตั้งแต่การทำสังคายนาครั้งแรก.
นั่นเป็นเพราะไปหลงตามคำกล่าวชั้นหลังๆ เมื่อเขามีพระไตรปิฎกเต็มรูปแบบในปัจจุบัน.
การเทศน์สังคายนาที่กล่าวให้เข้าใจว่า มีพระไตรปิฎกมาแล้วตั้งแต่การทำสังคายนาครั้งแรกนั้น ไม่ตรงกับความจริง.
ถ้าอาศัยหลักกาลามสูตรแล้วมันก็ต้องกล่าวอย่างอื่น คือกล่าวว่า มีแต่ธรรมวินัยที่ท่องจำไว้ด้วยปาก ยังไม่ได้จารึกลงไปให้เป็นปิฎก"
ท่านพุทธทาสเทศน์ย้ำว่า "พระไตรปิฎกนั้น ถ้าจะยื่นให้แก่นักศึกษาอาจจะปลดออกหรือฉีกออกได้สัก 30 เปอร์เซ็นต์ ถ้าสำหรับนักวิทยาศาสตร์ นักโบราณคดีตัวยงแห่งยุคปรมาณูในปัจจุบันหรืออนาคต อาจจะปลดออกได้อีก 30 เปอร์เซ็นต์, ถ้าสำหรับคนทั่วไปรวมทั้งยายแก่ตาแก่ที่สอนเด็กให้ตีกระป๋องช่วยพระจันทร์เมื่อราหูจับนั้น ไม่ต้องปลดอะไรออกเลย."
สำหรับที่เหลือ 40 เปอร์เซ็นต์ จัดเป็นเรื่องการดับทุกข์โดยวิถีทางวิทยาศาสตร์ ที่ไม่อาจจะปลดหรือฉีกออกได้อีกต่อไป ท่านพุทธทาสจึงเน้นว่า
นั่นแหละคือหลักพุทธศาสนาชั้นที่เป็นเพชรเม็ดเอก
หน้า 21
พวกอนันตริยกรรมสังฆเภท ชอบอวดรู้ อวดเก่งกว่าพระพุทธเจ้า
พวกนี้ชอบอวดเก่งกว่าพระอรหันต์เถรวาทะที่จดจำพระไตรปิฎกด้วยปาละ(สติสัญญา) พวกนี้ชอบทำรู้ดี แสนรู้อีกต่างหาก
พวกตะกวด พวกสัตว์นรก พวกอเวจีเรียกหา พวกชิงสุนัขเกิดเท่านั้นที่ตัดพระไตรปิฏก กา-ลามสูตรเป็นของชาวกาลามะที่มีคณาจารย์เจ้าลัทธินับร้อยมาพูดทฤษฎีหรือทิฏฐิที่หาที่สุดไม่ได้ ชาวกาลามะรอคอยการเสด็จมาของพระผู้มีพระภาคเจ้า ชาวกาลามะจึงถามปัญหาที่ได้ถามคณาจารย์มาทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแก้ปัญหา ปรากฏว่าชาวกาลามะ(ติเหตุกบุคคล)ได้ฟังแล้วเป็นพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ตามลำดับ คณาจารย์ทั้งหมดเป็นคณาจารย์ที่เป็นมิจฉาทิฏฐิจึงเฉลยปัญหาไม่ถูกต้อง พระพุทธเจ้าทรงทราบเป็นพุทธวิสัยว่าจะสอนบุคคลใด กลุ่มใด ทรงแสดงธรรมให้ตรงกับวิบากอดีตชาติที่ชาวกาลามะ (ติเหตุกบุคคล ไม่ใช่สุคติอเหตุกบุคคล) ทำมาจึงทำให้ชาวกาลามะบรรลุธรรม พระพุทธองค์สอนกาลามสูตรเฉพาะกลุ่มชาวกาลามะนี้เท่านั้น ไม่เคยไปตรัสให้กับกลุ่มบุคคลอื่นอีก เหมือนกับธรรมจักรกัปปวัตนสูตรสอนเฉพาะพระอัญญาโกณฑัญญะเท่านั้น ไม่ได้ไปตรัสอีก
พระพุทธเจ้าทรงรู้แจ้งด้วยข่ายพระญาณทัศนะที่เรียกว่า บุพเพนิวาสนุสติญาณ(เรื่องอดีตภพภูมิ) และจุตูปปาตญาณ (วิบากหรือผลที่ยังมีกิเลส) ทรงทราบว่าบุคคลกลุ่มนี้เป็นติเหตุกบุคคลที่บำเพ็ญมาในอดีต พระพุทธองค์จึงทรงสอนด้วยอาสวักขยญาณ (เหตุที่จะต้องสอนประหารอนุสัยกิเลส คือแก้ความสงสัย 10 ประการ และจะบรรลุธรรม) คนที่เคยตกอยู่ในกลุ่มมิจฉาทิฏฐิแต่ได้รับการแก้ไขจากพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ จึงเป็นตัวอย่างหรือเรียกว่า ปฐมบัญญัติของกลุ่มบุคคลที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ แต่ได้กลับมาศึกษาพระพุทธพจน์ สะสมมานับอนันตชาติ ได้รับคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเรื่องความสงสัยหรือมิจฉาทิฏฐิ และได้อธิษฐานธรรมจนมาเป็นปฐมบัญญัติในสมัยของพระพุทธเจ้า เพื่อที่จะให้ชนรุ่นหลัง หากมีพระภิกษุหรือเจ้าลัทธิมากล่าวตู่หรือชักนำให้พุทธศาสนิกชนไขว้เขว สับสน หูเบา ภูมิธรรมน้อย(สุคติอเหตุกบุคคล) เป็นบัวอยู่กับโคลนตมแต่คิดว่าตัวเองเป็นบัวพ้นน้ำหรือบัวปริ่มน้ำ ซึ่งจะเป็นอันตรายกับพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง ให้นำกฎกาลามสูตรมาใช้กับคนชั่วๆ เหล่านี้
พระพุทธเจ้าทรงทราบด้วยข่ายพระญาณพุทธวิสัยว่า จะทรงสอนพระอัญญาโกณฑัญญะให้เป็นพระโสดาบันด้วยธรรมจักรกัปปวัตนสูตร สอนพระปัญจวัคคีย์(ติเหตุกบุคคล)ให้เป็นพระอรหันต์ด้วยอนัตตลักขณสูตร สอนพระยสกุลบุตร(ติเหตุกบุคคล) ให้เป็นพระอรหันต์ด้วยอนุปุพพิกถา สอนชฎิล 1,003 รูป (ติเหตุกบุคคล) ให้เป็นพระอรหันต์ด้วยอาทิตตปริยายสูตร สอนชาวกุรุรัฐ(ติเหตุกบุคคล)ให้เป็นพระอริยบุคคล ต้องใช้มหาสติปัฏฐานสูตร ฯลฯ
โทษของการเรียนหลักภาษาของชาวบ้านชาวโลก ซึ่งเป็นภาษาชาวบ้านชาวโลก ล้วนมีกิเลสหนา สังฆเภท สอนให้เกิดความแตกแยกในพระพุทธศาสนา แล้วตีความหมายเท่ากับพระพุทธพจน์ซึ่งเป็นพระอรหันต์ แยกความหมายไม่ออก เช่น “สัญญา” “ความจำ จดจำ ท่อง” “เรียนรู้” “ความคิดฟุ้งซ่าน” “ฟุ้งซ่านจนตัดพุทธพจน์พระไตรปิฎก” “คิดแบบประชาธิปไตย(เห็นแก่ตัว)” “เผด็จการ(เห็นแก่ตัว)” “อ่าน” “ฟัง” “การศึกษาและปฏิบัติ” “memory” “education” “study” “reading” “listening” “muddle“ “democracy“ ฯลฯ
แต่พระพุทธองค์ตรัสเรื่องสัญญาเป็นพุทธพจน์ หมายถึง เป็นอภิญญา เป็นโลกุตตระ ซึ่งยากที่คนชั้นต่ำ ชาวบ้าน กินข้าวชาวบ้าน จะมองให้ลึกซึ้งได้ จึงรู้ผิวเผิน จึงรู้ “สัญญา” หมายถึง“ความจำ จดจำ ท่อง” “เรียนรู้” “ความคิดฟุ้งซ่าน ฟุ้งซ่านจนตัดพุทธพจน์พระไตรปิฎก” “คิดแบบประชาธิปไตย(เห็นแก่ตัว) เผด็จการ(เห็นแก่ตัว)” “อ่าน” “ฟัง” “การศึกษาและปฏิบัติ” “memory” “education” “study” “reading” “listening” “muddle” “democracy” ฯลฯ เท่านั้น พวกที่กล่าวตู่ว่าสามารถพิสูจน์คำสอนของพระพุทธเจ้าได้ พวกชิงหมาเกิดเป็นใครอวดเก่งกว่าพระพุทธองค์ เมื่อไม่รู้เรื่อง เมื่อศึกษาพระไตรปิฎกไม่เข้าใจ อย่าบังอาจมาตรวจสอบคำสอนของพระพุทธองค์ พวกที่บังอาจกล่าวตู่พระพุทธองค์ตายอย่างเขียดลงอเวจีเรียบร้อยแล้ว พวกจังไรอธิบายชอบกล่าวตู่ ชอบอวดเก่งกว่าพระพุทธเจ้า พวกตะกวด พวกมหิงสา พวกอเวจี ชอบอวดเก่งอวดรู้ กลุ่มพวกนี้เป็นพวกที่ชอบใช้นามแฝง นามปากกา อาทิเช่น xxx... xxx... xxx... หลวงตา หลวงพ่อ หลวงปู่ xxx... xxx xxx... อย่างนี้ ฉายาอุปสมบทไม่เอามาใช้ แสดงว่าพวกนี้มีจิตเป็นกลฉ้อฉลมิจฉาทิฏฐิ โกหก กะล่อน ลวงโลก ที่หลอกพวกบัวใต้น้ำ เห็นผิดเป็นถูก
กาลามสูตรปัจจุบันให้นำมาใช้จับผิดกับพวกเจ้าลัทธิก่อนหรือหลังพุทธกาล พวกนำผ้ากาสายะมาห่มมาคลุมในยุคกึ่งพุทธกาล พวกแยกนิกาย ชอบสอนผิดเพี้ยน เช่นบอกว่า ธรรมะคือธรรมชาติ (นิยามะ, พีชะ, ทิฏฐิ หรือมิจฉาทิฏฐิ) แต่ธรรมะของพระพุทธองค์แบ่งออกเป็น 2 คือ บัญญัติธรรมและปรมัตถธรรม พวกนี้อ่านธรรมะไม่รู้เรื่องจึงลงความเห็นด้วยการเดา ชาวพุทธไม่รู้จักหน้าที่พุทธบริษัททั้ง 4 ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงวางกฎเกณฑ์ไว้อย่างไร กาลามสูตรที่ควรนำมาตัดสินถึงขั้นปาราชิกมีอะไรบ้าง ถ้าได้อ่านพรหมชาลสูตรหรือสามัญญผลสูตร จะรู้อย่างชัดแจ้ง พวกที่ ไม่เชื่อพระไตรปิฎกแต่คัดลอกจากพระไตรปิฎกมาพิมพ์ขายสร้างความร่ำรวยอย่างหน้าตาเฉย เช่น หนังสือบรมธรรม คู่มือมนุษย์ ฯลฯ กาลามสูตรต้องใช้กับพวกหัวโล้นห่มเหลือง พวกลัทธิพระเจ้าทั้งหลาย พวกดูดวงดูฤกษ์ดูยาม พวกปลุกเสกพุทธาภิเษก พวกทำพระ-เครื่อง เครื่องรางของขลัง สะเดาะเคราะห์ บวงสรวง รดน้ำมนต์ พวกสักลาย พวกสร้างพระพุทธรูปยกมือขวาแล้วงอนิ้วกลางกับนิ้วนาง(ภาษา I love you -ทุเรศ) พวกสร้างพระพุทธรูปเหยียบโลก พวกสร้างปลัดขิก พวกทำนายฮวงจุ้ย ทำนายลักษณะ ดูลายมือ ดูสุริยจักรวาล พวกมีทีวี วีดีโอโทรศัพท์มือถือ บวชเป็นพระแต่เรียนทางโลก(อยากรู้คอมพิวเตอร์ให้ถามพระ อยากรู้ธรรมะให้ถามโยม) พวกนั่งหลับตา(ตาบอด)ลวงโลก พวก(พระภิกษุ)กินหมาก(ขาก ถ่ม ถุย) สูบบุหรี่ มีเงินเดือน มียศถาบรรดาศักดิ์ พวกสติยกมือ พวกเดินกระย่องกระแย่ง พวกดูลมหายใจเข้าหายใจออก พวกสติสมาธิ พวกสอนสมาธิไฮเทค พวกครูสมาธิ พวกวิปัสสนา พวกสัมมาทิฏฐิ พวกมหาสติปัฏฐาน พวกดูลูกแก้ว จิตตภาวนา พวกพูดแต่ตัดกิเลสแต่ไม่รู้จักกิเลส พวกประกาศตนเป็นพระอรหันต์บ้างพระโพธิสัตว์บ้าง พวก(พระภิกษุ)หาเงินก่อสร้าง พวก(พระภิกษุ)หาเงินหาทอง พวกชอบแต่งกาพย์แต่งกลอน พวกใช้สำนวนโวหาร พวกแต่งสวดมนต์แปลทำวัตรเช้าวัตรเย็น พวกนิกายเซนสุขาวดี ฯลฯ พวกอนันตริกรรมสังฆเภทชอบสร้างมรดกบาป กลุ่มพวกนี้เป็นกลุ่มอลัชชี เดียรถีย์ทำลายพระพุทธศาสนา นึกว่าตัวเองแน่ พวกมีตำหนิ พวกหลังลาย เวลาอ่านหนังสือที่พวกนี้เขียน ให้ใช้กาลามสูตรของพระพุทธองค์มาตัดสินได้
![]()
rec no. 358
ลงนาม : wee
ความคิดเห็น
:
เป็นเว็บที่มีประโยชน์ในการศึกษาของพระนิสิต นักศึกษาเป็นอย่างมากครับ สาธุ สาธุ สาธุ
![]()
rec no. 357
ลงนาม : best
Email
: alessandra.less@gmail.com
Homepage : http://www.havefun.airlifepattaya.com
ความคิดเห็น
:
เวบนี้มีประโยชน์มากๆค่ะ
![]()
rec no. 356
ลงนาม : วสิษฐ์พล
Email
: vasitpon@live.com
ความคิดเห็น :
สาธุ... ในธรรมนั้น ขอกุศลที่เกิดจากการสร้างปัญญา แก่ข้าพเจ้า จงสำเร็จแด่ท่านผู้ประเสริฐ
![]()
rec no. 355
ลงนาม : บริบูรณ์ ผดุงพงษ์
Email
: bboriboon3@hotmail.com
ความคิดเห็น :
ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้รวบรวมข้อมูลให้ศึกษา
![]()
rec no. 354
ลงนาม : สุกัญญา บุษวณากุล
Email
: kanya_tui@hotmail.com
ความคิดเห็น :
ขออนุโมทนา...สาธุค่ะ ที่นำมาลงไว้ กรุณาอย่าลบออกไปนะคะ เพราะได้อ่านวันละไม่มากนักและได้พยายามทำความเข้าใจไปด้วยค่ะ...ขอบพระคุณค่ะ/สุกัญญา
Webmaster - ครับ
![]()
rec no. 353
ลงนาม : นู.
Email
: wiabanpot@Gmail.com
ความคิดเห็น :
อะไรคือที่สุดแห่งชีวิต อะไรคือชีวิตที่สุดแห่งความสุข อะไรคือความสุขแห่งความสงบ อะไรคือความสงบแห่งความปกติ
แล้วที่สุด อะไรคือความสงบแห่งความสงบดีงาม ?
![]()
rec no. 352
ลงนาม : นราพล บุญศักดิ์
ความคิดเห็น
:
ขออนุโมทนา ในการจัดทำเวปไซค์นี้ สาธุ
![]()
rec no. 351
ลงนาม : บุษรา เพชรแอน
Email
: beer069@hotmail.com
ความคิดเห็น :
ขออนุโมทนาค่ะ ขอขอบพระคุณที่ทำให้ดิฉันมีความเข้าในและมองเห็นภาพรวมของธรรมมะเพื่อศึกษาด้วยตนเองให้ละเอียดลึกซึ้งยิ่งขึ้นต่อไปค่ะ
![]()
rec no. 350
ลงนาม : สุวัฒน์ ไล่มณฑิล
Email
: swlmt@hotmail.com
ความคิดเห็น :
ขออนุมทนาในการจัดทำ
น่าจะมีพระอภิธรรมปิฏกด้วย ในลักษณะพระอภิธัมมัตถสังคหะ
![]()
rec no. 349
ลงนาม : ภิญโญ แก่งศิริ
Email
: pinyo2503@hotmail.com
Homepage : http://school.obec.go.th/ntkp
ความคิดเห็น
:
สาธุ..........
น่าสนใจมาก..........
![]()
rec no. 348
ลงนาม : วีรวิชญ์
Email
: rew_2515@hotmail.com
ความคิดเห็น :
สาธุ ช่วยกันแจ้งข่าวความจริงของชีวิต
![]()
rec no. 347
ลงนาม : สุกัญญา บุษวณากุล
Email
: kanya_tui@hotmail.com
ความคิดเห็น :
ขออนุโมทนา...สาธุค่ะ ในการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวนาน โดยการนำมาลงไว้ในคอมพิวเตอร์เพื่อจะได้เปิดอ่านได้ตลอดเวลา ขออย่าลบออกไปนะคะ โดยเฉพาะพระพุทธพจน์ทุกๆเรื่องค่ะ.....ขอบคุณค่ะ
![]()
rec no. 346
ลงนาม : อรอุมา
Email
: napadjubun@hotmail.com
ความคิดเห็น :
ขอบคุณสำหรับเว็บไซต์ดีๆ มาพบเมื่อดึกมากแล้ว คิดว่าเว็บไซต์นี้ดีที่สุดเว็บไซต์หนึ่งเลยค่ะ
จะหาเวลาศึกษาธรรมจากข้อมูลที่นำเสนอนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ อนุโมทนาค่ะ
![]()
rec no. 345
ลงนาม : ส. ธรรม
ความคิดเห็น
:
บังเอิญค้นหาเรื่องสมาธิอยู่แล้วเจอweb,นี้ เราอยากทราบว่าใครเป็นผู้เขียนเรื่องการติดอยู่ในสมาธิคะ เพราะเราอาการเหมือนมากอ่านแล้วดีใจมากที่เหมือนมีคนมาพูดสิ่งที่เราคิด-เราเป็นอยู่ /เราเคยถามพระหลายรูปแต่ทุกท่านบอกดี แล้วนั่งแล้วนิ่ง ไม่มีร่างกายมีแต่ความว่าง (นี่เป็นอาการที่เราเป็นอยู่,เป็นปีแล้วนะ) เราถึงต้องตามหาพระที่จะรู้จริงช่วยเราได้ แต่คำตอบทุกครั้งที่ได้คือ นั่งทำต่อไป ซึ่งเราเคยร้องให้นะเพราะมันเหมือนกับ เราตั้งใจเจริญรอยตามพระพุทธเจ้า เพื่อการหลุดพ้น ไม่ต้องมาเกิดแก่เจ็บตายอีก ซึ่งเป็นสิ่งดี แต่ทำไมเป็นแบบนี้ ปัญหาคือเราทำแล้วไม่มีร่างกายมีแต่ความว่าง ไม่คิดฟุ้งซ่าน คือสงบอย่างเดียว จนเวลา ยืน เดิน นั่ง นอน ก็เหมือนไม่มีร่างกาย จนต้องจับแขน ขา ดูว่ามี ตัวตนอยู่ไหม มันสงบมากจนกลัวจะเป็นคนบ้า /เราเป็นคนที่ประหลาดหรือเปล่าไม่รู้ เพราะแค่คิดจะให้สงบ ไร้แขนขา มีแต่ความว่าง เราแค่หลับตาทันทีมันจะว่าง สงบ ไร้ร่างกายทันที ตอนนี้ไม่กล้าทำสมาธิเลย เพราะร่างกายเวลาออกสมาธิแล้ว มันเหมือนร่างกายมันตื่นเต้นแรงๆ นิ่ง สงบ ทรมานมาก บางครั้งต้องรีบหาเรื่องมาคิดไม่งั้นมันจะสงบอย่างเดียว /เราชอบคิดนะว่าทำไมทุกคนเกิดมาต้องแต่งงาน มีลูก แล้วก็รอเวลาตาย ซึ่งเหมือนกันแทบทุกคนเลย จะจนรวยเหมือนกันหมดเลย เรารู้สึกว่าถ้าเกิดมาเพื่อเป็นแบบนี้ซ้ำกันทุกชาติ เราไม่อยากเกิดแล้ว ถ้างั้นแล้วเราจะทำไง จึงสนใจคำสอนของพระพุทธเจ้า และเริ่มปฏิบัติเพื่อให้หลุดพ้นจากวัฏจักรแบบนี้ แต่ตอนนี้เป็นแบบนี้ ทรมานนะ ถ้าใครมีความรู้จริงช่วยบอกเราด้วยและขอให้ได้บูญ ขอขอบคุณมาก 085-2889XXX
Webmaster - ครับ ผมก็เคยร้องไห้ดังนั้นเช่นกัน คิดว่าเรามาปฏิบัติชอบแล้ว ทำไมภายหลังจึงกลับเป็นทุกข์เกาะติดแน่นไปเสียอีก จนภายหลังจึงเจริญวิปัสสนาจนเห็นความจริงได้แจ่มแจ้งขึ้น จึงหายจากอาการต่างๆทั้งปวง จึงบังเกิดเว็บนี้ขึ้นมา อาการที่เป็นเกิดขึ้นแต่การติดอยู่ในฌานหรือสมาธิครับ ปฏิบัติแต่สมาธิ ขาดการวิปัสสนา จนจิตกระทำเองโดยไม่สามารถควบคุมบังคับได้ ตามที่เป็นกันโดยส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวด้วยเข้าใจผิดหรืออวิชชาจากการปฏิบัตินั่นเอง อ่านวิธีแก้ไขในเรื่องติดสุขครับ ช่วงนี้อย่าพยายามทำสมาธิ หรือทำอะไรที่ก่อ หรือทำให้ไหลเลื่อนเป็นสมาธิครับ เช่นงานที่จดจ่อ หรือต่อเนื่อง แต่ให้เจริญวิปัสสนา คือพิจารณาแบบใช้สมองคือปัญญาไปในธรรมต่างๆ อย่างมีเหตุผลครับ ไม่ใช่น้อมเชื่ออย่างงมงาย ลืมตาพิจารณา ไม่ต้องนั่งสมาธิ เช่นในขันธ์ ๕ หรือปฏิจจสมุปบาท หรือไตรลักษณ์ครับ ติดขัดก็เขียนมาที่นี่ได้ครับ หรือ emailมาที่ nkgen@nkgen.com
ความว่างนั้น ต้องเป็นการว่างจากการคิดนึกปรุงแต่งคือฟุ้งซ่าน ไม่ใช่ว่างทั้งปวงจากความคิดดังปฏิบัติในฌานสมาธิ อันไม่สามารถดำรงชีวิตอันเป็นปกติได้ จึงต้องเป็นการว่างจากกิเลสตัณหา จึงเป็นการถูกต้อง อ่านเรื่องสมาธิและฌาน
![]()
rec no. 344
ลงนาม : สุจินตนา
Email
: peeorm@nikkinthai.com
ความคิดเห็น :
สนใจเรื่อง ปฎิจจสมุปบาท จึงค้นหาและเจอเว็บนี้ ถึงแม้จะยังไม่ได้อ่านหมด แต่ก็ดูออกว่า มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับแก่นแท้ของพุทธศาสนาครบถ้วน ทั้งคำแปลศัพท์ด้วย ตั้งใจว่าจะศึกษาให้มากที่สุดเพื่อจะได้ประโยชน์ตามที่ผู้จัดทำเว็บนี้ประสงค์ ขออนุโมทนาบุญค่ะ
![]()
rec no. 343
ลงนาม : ลัดดา
ความคิดเห็น
:
อนุโมทนาบุญด้วย ยังอ่านไม่มากแต่รู้แล้วว่าจะอ่านได้จากที่นี่ ขอบพระคุณอย่างสูง
![]()
rec no. 342
ลงนาม : อภิลักษณ์
Email
: apilak.hemmala@acs.co.th
ความคิดเห็น :
เจอเวปนี้โดยบังเอิญ น่าสนใจมากครับ ยังอ่านได้ไม่มากนัก ถ้ามีเวลาจะเข้ามาศึกษาหาความรู้ เรื่องของจิตเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ใครเข้าใจได้เร็วก็จะถึงความสุขและลดความทุกข์ได้เร็ว ในเวลาที่เหลือน้อยลงทุกวัน
![]()
rec no. 341
ลงนาม : ศิวพร จันทรหอม
Email
: violinjanhom@yahoo.com
ความคิดเห็น :
ขออนุโมทนาบุญ และขอขอบคุณด้วยค่ะสำหรับข้อธรรมะที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนร่วมวัฏสงสาร เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างมีสติ และหลักเกณฑ์ที่ถูกต้องต่อไป
![]()
rec no. 340
ลงนาม : ปัญญา
Email
: Musaakee@gmail.com
ความคิดเห็น :
จิตใจสับสนวุ่นวายมากเพราะถูกกระแสโลกพัดพาและกระทำ เคยคิดจะกระทำตอบ แต่ก็มาอ่านเรื่องราวในเว็บนี้แล้วได้สติ ขอกราบขอบพระคุณกับสิ่งดีๆที่ได้รับครับ
![]()
rec no. 339
ลงนาม : ศิริลักษณ์
Email
: sutja398noi@hotmail.com
ความคิดเห็น :
ได้ความรู้ จะนำความรู้สอนตนเอง และผู้ที่พอสอนได้ อนุโทนาบุญคะ
![]()
rec no. 338
ลงนาม : บัญจง ปลื้มถนอม
Email
: banchong.pl@rd.go.th
ความคิดเห็น :
อนุโมทนาในสิ่งที่ทำขึ้นนี้ เพื่อประโยชน์สุขแด่ทุกคน และตัวท่านเอง ขอความเจริญในธรรมจงมีแด่ท่านผู้ให้และผู้รับทุกท่านเทอญ สาธุ
บัญจง ปลื้มถนอม
![]()
rec no. 337
ลงนาม : ณัฐพร จงกลการพาณิชย์
Email
: nut2149@hotmail.com
ความคิดเห็น :
ดิฉันเข้าชม
![]()
rec no. 336
ลงนาม : vass
Email
: jirattayaram@hotmail.com
Homepage : http://vassmydream.hi5.com
ความคิดเห็น
:
ขอร่วมอนุโมทนา ผู้ร่วมจัดทำเว็ปด้วยอีกคน กำลังหาอ่านอยู่พอดี ได้ข้อคิดมากมาย ที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
![]()
rec no. 335
ลงนาม : สรรพศิลป์ ศรีภัทรา
Email
: sanpasilp@gmail.com
ความคิดเห็น :
ปัญญา เป็นแสงสว่างแห่งโลก
![]()
rec no. 334
ลงนาม : phuttham
Email
: phuttham@hotmail.co.uk
ความคิดเห็น :
ขอร่วมอนุโมทนา ได้สาระดีครับ สามารถปฎิบัติได้เอง รู้เองเห็นเอง ขอให้สิ่งดี ๆ มีอยู่ตลอดไปเทอญ สาธุ สาธุ สาธุ .......
![]()
rec no. 333
ลงนาม : นายพรเทพ พิสิฐกานต์กุล
ความคิดเห็น
:
ดีมากเลยครับ ทุกวันนี้วัยรุ่นส่วนใหญ่เล่นเน็ตมาก อยากให้มีธรรมะแบบนี้ตลอดไปครับ จากเด็กนครปฐม
![]()
rec no. 332
ลงนาม : ชลิต ไกรพ้น
ความคิดเห็น
:
บังเอิญผ่านมาพบเว็ปนี้ น่าสนใจมากครับ จะค่อยๆศึกษาดูทีละเรื่องจะได้นำไปปรับใช้กับตัวเอง
ยินดีและเป็นกำลังใจให้คณะผู้จัดทำทุกท่านนะครับ
![]()
rec no. 331
ลงนาม : นายโกเมท ล้อมจันทราศิลป์
Email
: komateta@gmail.com
ความคิดเห็น :
ดีใจมากครับที่ได้เห็นผลงานของอาจารย์ท่านในคอมพิวเตอร์
![]()
rec no. 330
ลงนาม : ซายน์
ความคิดเห็น
:
อนุโมทนาค่ะ ทำเวปได้ละเอียดตอบปัญหาได้ดีมากๆเลยค่ะ
![]()
rec no. 329
ลงนาม : สมชาย เล่าชู
Email
: somchai.lo111@gmail.com
Homepage : http://book.dserver.org
ความคิดเห็น
:
ขอขอบคุณมากครับ ในคำตอบที่สงสัยมานาน มีหนังสือสติปัฏฐาน ๔ ให้ซื้อหรือเปล่าครับอยากได้ครับ หาซื้อได้ที่ไหนหรือมีเฉพาะอยู่บน Web อย่างเดียว อธิบายได้ดีสอดคล้้องกับหนังสือของท่านพุทธทาสเลยทีเดียว
webmaster - มีแต่บน Web ครับ, มีพระสูตรอยู่ครับ หนังสือเป็นการแปลตามความเข้าใจและประสบการณ์ของแต่ละท่านครับ ถูกก็มาก ผิดก็เยอะ ต้องโยนิโสมนสิการตามหลักกาลามสูตรด้วยนะครับ, ครับ แนวทางเดียวกับท่านพุทธทาส แตกต่างที่เพียงการจำแนกแตกธรรมในรายละเอียดครับ
![]()
rec no. 328
ลงนาม : จิตรลดา
Email
: chitladaplace@hotmail.com
Homepage : http://www.krisdika.go.th
ความคิดเห็น
:
เชิญเข้าอ่านมิลินทปัญหา และพุทธธรรมที่เว็ปไซด์ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งได้นำสารสนเทศด้านศาสนาได้แก่ พุทธธรรม และ มิลินทปัญหา มาลงไว้ให้สาธุชนได้ศึกษาหาปัญญาครับ
![]()
rec no. 327
ลงนาม : บัณฑิต จงจีรานนท์
Email
: bundid417@hotmail.com
ความคิดเห็น :
จัดทำได้น่าสนใจมากครับจะเข้ามาเยี่ยมชมเรื่อยๆ
![]()
rec no. 326
ลงนาม
: ดร. สมิทธ์ ตุงคะสมิต
Email : smith@cie.tu.ac.th
ความคิดเห็น
:
ขออนุโมทนาในความพยายามรวบรวมเรื่องที่ยากที่สุดในพระพุทธศาสนา ผมได้รับแสงสว่างมากขึ้นจากเวปนี้ครับ
![]()
rec no. 325
ลงนาม
: m
Email : info@horpak4u.com
Homepage
: http://www.horpak4u.com
ความคิดเห็น
:
มาเยี่ยมชมครับ เว็บสวยจัง
www.horpak4u.com
![]()
rec no. 324
ลงนาม
: นุชา
Email : nuch14@gmail.com
ความคิดเห็น
:
สวัสดีปีใหม่กับทุกท่าน
![]()
rec no. 323
ลงนาม
: นายอริยากร ศรีสุข
Email : ariyakara@hotmail.com
ความคิดเห็น
:
สาธุ ดีงามแล้ว เหมาะสมแล้ว
![]()
rec no. 322
ลงนาม
: ทศนาถ ศิริบรรจง
Email : nung_afs44@hotmail.com
ความคิดเห็น
:
บทความที่คุณเขียนล้วนยังเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้อ่าน ผมขออนุโมทนาบุญจากการเผยแผ่"ธรรมทาน"ที่มีคุณค่าเช่นนี้..... เจริญในธรรม
![]()
rec no. 321
ลงนาม
: หนึ่งในชมรมจริยธรรมรพ.บางปะกง
ความคิดเห็น
:
เข้ามา ธรรมสวัสดี ตอนนี้ที่รพ.เรามีกิจกรรมสวดมนต์ทุกวันพฤหัสฯ ครั้งแรกที่ได้ไปสวดมนต์ รู้สึกดีมากเพราะตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยสวดมนต์ด้วยตนเองจนจบบทสักบทเดียว 1 สัปดาห์ ได้หยุดตัวเอง 1 ครั้ง ครึ่งชั่วโมง ดีจริงๆนะ มีคนถามว่าทำไมต้องสวดที่ที่ทำงานด้วย สวดที่บ้านก็ได้ อึ้ม! ก็สำหรับคนที่เริ่มต้นการมีเพื่อนทำให้ไม่เบื่อ สิ่งที่ได้ตามมาคือ จะมีเวลาหลังสวดมนต์เล็กน้อยที่ได้นั่งคุยกันเกี่ยวกับบทสวด ธรรมมะกับผู้รู้ เป็นเรื่องที่ทำให้ใจสงบลง มากกว่าการนั่งนินทา หรือเรื่องของโลก งานที่วุ่นวาย สวดมนต์ได้อะไรมากกว่าที่คิด ปล. ชอบบทสวดที่ปลงสังขารมากที่สุด อย่างน้อยก็ทำให้ถอดหัวโขนวางลงได้ 5 นาทีเป็นอย่างน้อย
![]()
rec no. 320
ลงนาม
: เพิ่มศักดิ์ จิระจักรวัฒนา
Email
: pjerajakwattana@deloitte.com
ความคิดเห็น :
เรียน คุณพนมพร คูภิรมย์
ผมขออนุโมทนาในกุศลเจตนาของคุณพนมพร และทีมงานในการเผยแผ่หลักคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้า และขออานิสงส์ในกุศลเจตนานี้จงส่งให้ท่านทั้งหลายเป็นผู้เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อด้วยเทอญ
![]()
rec no. 319
ลงนาม
: lek
ความคิดเห็น :
ที่เขามักจะพูดว่าการนั่งสมาธิหรือสวดมนต์แล้วได้บุญ ถ้าพิจารณาตามภาษาทางโลกแล้วจะไม่เข้าใจว่าจะได้บุญเพราะเหตุใดเพราะไม่ได้ช่วยผู้อื่นเลย เชื่อว่าคุณ คงให้ความกระจ่างได้
webmaster - ตอบคำถาม Link ไปที่นี่
![]()
rec no. 318
ลงนาม
: ด.ญ.พลอยเพชรัตน์
Email : PloyTan_Dekdee@hotmail.com
ความคิดเห็น
:
เป็นเหตุโดยบังเอิญที่ได้เข้าเวปนี้คะ(คงจะมีบุญได้เข้าเวปนี้)ปกติแล้วเป็นคนชอบเรื่องธรรมมากเพราะอ่านรู้สึกสนุกดีคะ
ขอถามคะ
เวลาที่นั่งสมาธิทำไมรู้สึกเสียวๆหรือหนาววูบขึ้นมาคะแล้วมันเกี่ยวข้องกับญาณหรือเปล่าคะ
Webmaster - ครับ อาการเสียวหรือรู้สึกวูบวาบ เป็นอาการของการตกภวังค์หรือภวังคบาต อ่านรายละเอียดได้ใน นิมิตและภวังค์ ส่วนอาการหนาววูบ ขนลุก ซู่ซ่าน่าจะเป็นอาการของปีติครับ อ่านรายละเอียดของปีติอันเป็นองค์ฌานได้ใน ฌาน,สมาธิ ครับ, ไม่เกี่ยวข้องกับญาณครับ แต่เกี่ยวข้องกับฌานหรือสมาธิโดยตรงครับ ดังแสดงรายละเอียดไว้ในเรื่องฌาน,สมาธิ
![]()
rec no. 317
ลงนาม
: จรรยาวรรณ
Email : janyawan@gmail.com
ความคิดเห็น
:
เป็นเว็บที่สร้างสรรค์ และสรรหา ได้ทั้งสาระที่ดี และยินดีที่ได้รู้จักกับกัลยาณมิตรทุกท่าน
![]()
rec no. 316
ลงนาม
: โรงเรียนบ้านป่าแดง
Homepage : http://www.thai-school.net/wanarat
ความคิดเห็น
:
มาเยือนเว็บครับจาก http://www.thai-school.net/wanarat
![]()
rec no. 315
ลงนาม
: เขมพร บุศยประทีป
ความคิดเห็น
:
plain living .......... high doing
>>> อยู่อย่างต่ำ...ทำอย่างสูง <<<<
![]()
rec no. 314
ลงนาม
: วุฒิ
Email : wsripromma5@hotmail.com
ความคิดเห็น
:
ขอไว้อาลัยแด่แม่ทัพธรรมอย่างหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ขอให้โลกนี้มีพระดีๆอยู่เคียงคู่พระพุทธศาสนาอย่างนี้อีก
ครับ
![]()
rec no. 313
ลงนาม
: ศ. พญ. รัตนวดี ณ นคร
Email
: ratanava@kku.ac.th
Homepage : http://med.md.kku.ac.th/blog.php?bname=Education
ความคิดเห็น
:
ขอบคุณมากค่ะสำหรับวิทยาทานที่มีคุณค่า
![]()
rec no. 312
ลงนาม
: lek
ความคิดเห็น :
ทุกครั้งที่เครียดจากงาน ก็เปิดเว็ปนี้อ่านทีละข้อ สองข้อ ก็ช่วยให้คลายลงได้บ้าง ได้บุญนะคะ ไม่ทราบว่าสุขภาพของคุณ web master เป็นอย่างไรบ้างคะ
![]()
rec no. 311
ลงนาม
: ยินดี
ความคิดเห็น :
ขอบคุณท่าน... ผู้เขียน ทุก ๆ ท่าน ( ที่ได้นำสิ่งดี ๆ ให้กับผู้สนใจ หรือใฝ่ในธรรม )
สพฺ ทานํ ธมฺ ทานํ ชินาติ การให้ธรรมะเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง ...
ขอให้ท่านผู้ ให้ ทาน อันประเสริฐ นี้ เจริญในธรรม ยิ่งขึ้นไป
![]()
rec no. 310
ลงนาม
: กนก พิมพ์วาปี
Email : kanok_462@hotmail.com
ความคิดเห็น
:
ไม่ผิดหวังเลยครับ เมื่อได้เข้าเยี่ยมชมข้อมูล ผมจะแนะนำต่อกับนักเรียนให้ได้เข้าศึกษาธรรม ในเว็ปนี้ขอชมว่าละเอียดดี จัดรูปแบบได้เป็นหมวดหมู่ น่าสนใจครับ
webmaster - ขอบคุณครับ ที่ช่วยกันเผยแผ่ธรรมะเป็น ธรรมทาน
![]()
rec no. 309
ลงนาม
: ปฏิมา บุญทิม
Email : mami477@hotmail.com
ความคิดเห็น
:
ได้เจอเวปนี้โดยบังเอิญค่ะ ไม่คิดว่าจะมีเวปเกี่ยวกับธรรมะเหมือนกันรู้สึกดีค่ะ
เมื่อตอนสมัยเรียนทางโรงเรียนได้สอนให้รู้จักสวดมนต์เช้าก่อนเข้าเรียน
เพื่อเวลาเรียนจะได้มีสติและมีสมาธิ วันปิดภาคเรียนทางโรงเรียนก็พาไป
ปฏิบัติธรรมที่วัดทุกเทอมค่ะ แล้วคุณ ๆ เชื่อหรือไม่ค่ะทุกครั้งที่รถโดยสารในจังหวัด
ประสบกับอุบัติเหตุจะต้องมีนักเรียนเข้าไปประสบเหตุด้วย แต่ก็ทุกครั้งค่ะจะต้องมี
นักเรียนโรงเรียนที่ดิฉันศึกษาอยู่ด้วย เหมือนธรรมะคุ้มครองค่ะนักเรียนโรงเรียนดิฉัน
ไม่เป็นอะไรเลย ทั้งที่ใคร ๆ ในรถที่ประสบเหตุมีอาการบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ก็เสียชีวิต
ตั้งแต่นั้นมาดิฉันเหมือนเชื่อว่าการสวดมนต์คุ้มครองเราได้จริง ๆ ค่ะ อีกทั้งช่วยได้ทั้งเวลาไปศึกษาต่อ
จนจบการศึกษาได้ทำงาน ก็ทำให้มีสติและมีสมาธิคิดไตร่ตรองในการทำงานด้วย
ขอบคุณจริง ๆ น่ะธรรมะและผู้สารต่อเจตนารมณ์ของพระผู้เป็นเจ้า
ขอบคุณด้วยใจจริงค่ะ
![]()
rec no. 308
ลงนาม
: วุฒิเลิศ
ความคิดเห็น :
ขอบพระคุณท่านอาจารย์ ที่ได้เปิดดวงตาแห่งธรรมของผมให้กว้างขึ้น
และขอเป็นกำลังใจให้ท่านอาจารย์ ได้ทำการเผยแพร่พระธรรมต่อไป
![]()
rec no. 307
ลงนาม
: อุษา
ความคิดเห็น :
ไม่ทราบว่าจะหาซื้อหนังสือ "อตุโล ไม่มีใดเทียม" ได้จากที่ไหนคะ
webmaster - แนะนำหนังสือธรรมะ
![]()
rec no. 306
ลงนาม
: สมพล รังษีธรรมปัญญา
Email : somponr@yahoo.com
ความคิดเห็น
:
ได้พบเว็บไซท์นี้โดยบังเอิญ แต่ก็สร้างประโยชน์ สร้างกุศลแก่ผมเป็นอันมาก ทั้งที่เป็นเรื่องที่ได้เคยอ่าน หรือฟังมาแต่ก่อน ก็มิได้เคยเกิดความซาบซึ้งมากเท่านี้มาก่อนเลย ได้ไปค้นหาหนังสือปฏิจจสมุปบาทของท่านพุทธทาสที่ผมเคยซื้อมานานเป็นสิบปีแล้วมาอ่านเพิ่มเติมก็ทำให้เข้าใจได้ดีขึ้น ขอขอขอบคุณต่อกุศลจิตของผู้จัดทำเว็บไซท์นี้เป็นอย่างยิ่งครับ อยากทราบนามท่านผู้จัดทำเว็บไซท์นี้จะได้หรือไม่ครับ หากไม่ประสงค์จะบอกก็ขอขอบคุณอย่างสูงมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ขออนุโมนาในบุญกุศลที่เกิดแก่ผู้อ่านเว็บไซท์ทุกท่านด้วย
webmaster - พนมพร คูภิรมย์
![]()
rec no. 305
ลงนาม
: นายอานนท์ ผกากรอง
Email : arnon@lru.ac.th
ความคิดเห็น
:
ประทับใจในแนวคิดการจัดทำเว็ปไซด์ ข้อมูลต่างๆอ่านแล้วเข้าใจง่าย หวังว่าจะเป็นประโยชน์อย่างสูงสำหรับพุทธศาสนิกชนและผู้ที่สนใจโดยทั่วไป ขอเป็นกำลังใจให้ผู้กระทำเว็ปไซด์จงมีกำลังใจในการดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ
![]()
rec no. 304
ลงนาม
: lek
ความคิดเห็น :
ขอแสดงความยินดี กับสิ่งที่ค้นพบ และเผยแพร่ให้เป็นวิทยาทานกับผู้อื่น ขอให้มุ่งหมั่นต่อไปนะคะ
![]()
rec no. 303
ลงนาม
: อุษา
Email : usa_biz@hotmail.com
ความคิดเห็น
:
ขอบคุณในคำตอบนะคะ นี่ค่ะ ขออนุญาติแจ้งอีเมล์ไว้
![]()
rec no. 302
ลงนาม
: อุษา
ความคิดเห็น :
สวัสดีค่ะ
มีเรื่องมารบกวนอีกแล้ว ขอถามดังนี้ค่ะ
1. มีอาการอย่างนี้ค่ะ พูดคุยกับตัวเองอยู่บ่อยๆ (บ้าไปแล้ว) คือ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ไม่ได้นั่งคุยอย่างนั้น แต่เป็นเรื่องของจิตที่ถามตอบกันอยู่เป็นประจำ จริงๆก็เป็นมานานแล้ว แต่พอมาปฏิบัติสมาธิวิปัสสนา มันก็ชัดเจนขึ้น อย่างนี้ มันปกติมั้ยคะ
2. อาการง่วง นั่งสมาธิไปได้ระยะหนึ่ง แล้วรู้สึกได้ว่าหลับ แต่ก็หลับทั้งที่ยังนั่ง แต่สติไม่ขาดซะทีเดียว รู้แต่ว่ามันงัวเงีย ไม่มีกำลัง ข้างในก็ยังได้ยินเสียงตัวเอง ยังคุยกับตัวเองอยู่ บอกว่านี่งัยเธอหลับ แล้วก็ต่อสู้ชักกะเย่อกัน พยายามจะให้ตื่น ซักพักใหญ่ๆ ถึงจะตื่นขึ้นมา เป็นเกือบทุกครั้ง อย่างนี้ควรทำอย่างไรดีคะ สู้เหมือนเดิม หรือเลิกทำ หรือหลับไปเลยดี
3. อาการตกใจ บางครั้งตั้งนาฬิกาปลุกไว้ จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา แต่พอนาฬิกามันดัง กลับตกใจ สะดุ้งโหยงเลย ทั้งๆที่ไม่ใช่คนขี้ตกใจ ดิฉันวางจิตไว้ผิดที่รึปล่าวคะ
พอจะปฏิบัติก็มีเรื่องจุกจิกให้สงสัย กำลังหาความสมดุลในความวิตกจริตอยู่ค่ะ รบกวนช่วยเมตตาตอบด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
webmaster - ตอบคำถาม Link ไปที่นี่
![]()
rec no. 301
ลงนาม
: ปฐพี พรสมบูรณ์ศรี
Email
: pathahpi@gmai.com
Homepage : http://pathahpi@gmai.com
ความคิดเห็น
:
ผมอยากจะได้หนังสือที่รวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับปฏิจจมุปบาท
webmaster - หาอ่านได้ในหนังสือพุทธธรรม ของท่านพระธรรมปิฎก หรือหนังสือเกี่ยวกับปฏิจจสมุปบาทของท่านพุทธทาสภิกษุ ซึ่งเป็นไปในแนวธรรมเดียวกัน แตกต่างแต่รายละเอียด และการจำแนกแตกธรรมบ้างเป็นธรรมดา
![]()
rec no. 300
ลงนาม
: บุญจัทน์
ความคิดเห็น :
นับวันผู้คนสนใจน้อย ดีแล้วครับถือว่าเป็นการเผยแผ่ศาสนาอีกวิธีหนึ่ง
![]()
ยินดีต้อนรับสู่สมุดเยี่ยม
ปฏิจจสมุปบาท
ขอความสุขสวัสดี จงมีแก่ทุกท่าน
เล่มปัจจุบัน - [ 8 ] [ 7 ] [6 ] [5 ] [4 ] [3 ] [ 2] [1]
|
|
lrnndgxhk@blbye.org